Grace : บางครั้ง บริษัทใหญ่ๆ รู้ตัวว่า แค่แอปตัวเองคนเดียว คงไม่รอดแน่ พวกเขาจึงต้องหาพาร์ทเนอร์มาเสริม
อย่าง WeChat ตอนแรกก็เป็นระบบ Closed-Loop ที่ทำเองคนเดียวทั้งหมด แต่อย่างที่รู้กัน การแข่งขันในจีนนั้นโหดมาก WeChat จึงร่วมมือ หรือลงทุนใน สตาร์ทอัพ และเทคโนโลยีหลายด้าน เพื่อทำให้ Platform ของ WeChat สมบูรณ์แบบ

จนตอนนี้ก WeChatลายเป็น Infrastructure พื้นฐานของคนจีนไปแล้ว

Ajay : เมื่อคุณเริ่มสร้าง Platform เป็นรูปเป็นร่าง มันจะง่ายขึ้นเรื่อยๆ เพราะคุณจะมีข้อมูลจากฐานผู้ใช้มหาศาล ทรัพยากรก็มากขึ้น การต่อยอดไปยังธุรกิจอื่นจะสนุกขึ้นเรื่อยๆ
Gojek ตอนนี้กลายเป็น Ride-Sharing, Food-sharing และ Mobile Transactions อันดับหนึ่งของอินโดนีเซีย ด้วยผู้ใช้แอคทีฟ 15 ล้านคน/สัปดาห์ | ร้านค้าจำนวน 125,000 ร้าน | คนขับ Goejk 900,000 คน และ มีจำนวนธุรกรรมในระบบ 100 ล้านครั้ง/เดือน

อริยะ : ปัจจุบัน LINE พึ่งเปิดตัว LINE Job ไป ซึ่งพัฒนาโดยสตาร์ทอัพไทย นี่คือตัวอย่างหนึ่งของการใช้แพล็ตฟอร์ม ให้เป็นประโยชน์ ถ้าสตาร์ทอัพนั้นไปสร้าง App ใหม่ Job อะไรสักอย่าง พวกเขาต้องเริ่มจากศูนย์ ทั้งผู้ใช้ และแบรนด์

ในขณะเดียวกัน หาก LINE จะทำฟีเจอร์ Job เอง ก็สามารถทำได้ แต่คงทำไม่ได้เท่าคนที่หมกมุ่นกับเรื่องนี้มาตั้งแต่แรก ฉะนั้นหน้าที่ของ LINE ไม่ใช่แค่การสร้าง Platform เอง แต่หาพาร์ทเนอร์เข้ามาร่วมด้วย

อราคิน : ผมมาจาก AIS ที่เป็นบริษัท Telco ฉะนั้นผมจะคุ้นเคยกับ Platform ที่กว้างมากๆ เพราะเราคือผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือ ฉะนั้นก็มีแต่คนอยากมา Join กับเรา เพราะลูกค้าให้ความเชื่อมั่นกับโอเปอเรอเตอร์ที่ใช้มากกว่า บริการอื่นๆ อยู่แล้ว เช่นเดียวกันกับ ธนาคาร ที่สามารถพัฒนา Platform ของตัวเองได้ดีมาก ๆ เพราะพวกมีความปลอดภัยในการชำระเงินอยู่ในมือ ฉะนั้นพวกเขาจึงต่อยอดบริการของ Platform ได้รวดเร็วมาก

แล้วทุกอย่าง จะมุ่งหน้าสู่ Platform ไหม ?

Grace Yun Xia : ในฐานะนักลงทุน เราหวังว่าสตาร์ทอัพจะยืนได้ด้วยตัวเอง และหนทางที่ดีที่สุด คือ การมีแพล็ตฟอร์มที่แข็งแกร่ง ซึ่งฉันเองจะรู้สึกตื่นเต้นทุกครั้งที่เห็นสตาร์ทอัพ กับบริษัทใหญ่ ๆ ร่วมมือกัน

แต่ไม่ใช่ทุกสตาร์ทอัพต้องดิ้นรนเพื่อเป็นแพล็ตฟอร์มถ้าไม่มีตลาดรองรับ และต้องไม่ลืมว่า VC ไม่สามารถลงทุนได้กับทุกสตาร์ทอัพ และ บริษัทใหญ่ ๆ ก็ต้องเลือกสตาร์ทอัพที่ช่วยให้พวกเขาประสบความสำเร็จเช่นกัน